Custom Search

วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2552

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร/ท่องเที่ยวทะเล ไทยคึกคัก








อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร

ข้อมูลทั่วไป

ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ และความเหมาะสมหลายประการ สำนักผังเมือง กระทรวงมหาดไทย จึงได้มีหนังสือเชิญชวนให้กรมป่าไม้ ร่วมเสนอข้อคิดเห็นในการจัดทำผังเมืองชุมพร เมื่อปี พ.ศ. 2529 และดำเนินการสำรวจสภาพทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดชุมพร ผลการสำรวจปรากฏว่า จังหวัดชุมพรมีทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย เช่น ป่าชายเลน ป่าไม้ สัตว์ป่า สัตว์ทะเล แนวปะการัง ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ และสภาพธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นชายหาดและเกาะ ทียังคงความงดงาม สมควรจะได้มีการกำหนดพื้นที่บริเวณที่เหมาะสม เพื่อประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เพื่อประโยชน์ในการอนุรักษ์และคุ้มครอง ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการนันทนาการของประชาชน และเป็นแหล่งความรู้ เพื่อประโยชน์ในการวิจัยในเชิงวิชาการ และการเผยแพร่แก่ผู้ที่สนใจ

ต่อมาในปี พ.ศ. 2532 กรมป่าไม้สั่งการให้กองอุทยานแห่งชาติ (เดิม) ดำเนินการสำรวจเพิ่มเติม เพื่อเตรียมการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ กองอุทยานแห่งชาติได้จัดตั้งสำนักงานชั่วคราว บริเวณลานชมวิวเขาเจ้าเมือง ในระยะนี้ใช้ชื่อว่า อุทยานแห่งชาติหาดทรายรี และดำเนินการต่อเนื่อง จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2540 จึงได้ย้ายที่ทำการชั่วคราวมาอยู่ที่ บริเวณปากคลองท่าจระเข้ และดำเนินการต่อเนื่องมา กระทั่งเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2542 จึงได้ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติอย่างสมบูรณ์ตาม พระราชกฤษฎีกากำหนดที่ดินป่าเลนอ่าวทุ่งคา ป่าอ่าวสวี และเกาะต่าง ๆ ในท้องที่ตำบลสะพลี อำเภอปะทิว ตำบลปากน้ำ ตำบลท่ายาง ตำบลหาดทรายรี ตำบลทุ่งคา ตำบลวิสัยเหนือ อำเภอเมืองชุมพร ตำบลวิสัยใต้ ตำบลด่านสวี ตำบลท่าหิน อำเภอสวี ตำบลปากตะโก อำเภอทุ่งตะโก ตำบลบางน้ำจืด อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2542โดยประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา ฉบับพระราชกฤษฎีกา เล่ม 116 ตอนที่ 9ก ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2542 และได้เปลี่ยนชื่อเป็น อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร

ที่ตั้งอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของ 11 ตำบลใน 5 อำเภอ ได้แก่

1. อำเภอปะทิว ได้แก่ ตำบลสะพลี

2. อำเภอเมือง ได้แก่ ตำบลปากน้ำ ตำบลท่ายาง ตำบลหาดทรายรี ตำบลทุ่งคา ตำบลวิสัยเหนือ

3. อำเภอสวี ได้แก่ ตำบลวิสัยใต้ ตำบลด่านสวี ตำบลท่าหิน

4. อำเภอทุ่งตะโก ได้แก่ ตำบลปากตะโก

5. อำเภอหลังสวน ได้แก่ ตำบลบางน้ำจืด







พื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร มีพื้นที่ทั้งหมด 317 ตารางกิโลเมตร หรือ 198,125 ไร่ โดยจำแนกได้เป็น

1.พื้นที่น้ำ มีพื้นที่รวมประมาณ 165,696 ไร่ หรือประมาณ 80.5% ของพื้นที่อุทยานแห่งชาติ

2. พื้นที่บก มีพื้นที่รวมประมาณ 32,156 ไร่ หรือประมาณ 19.5% ของพื้นที่ อุทยานแห่งชาติโดยพื้นที่บกประกอบด้วย พื้นที่ป่าชายเลน 17,375 ไร่ พื้นที่เกาะ 3,219 ไร่ และพื้นที่ภูเขาและพื้นที่อื่นๆ 11,562 ไร่

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร มีอาณาเขตดังนี้

ทิศเหนือ จด เกาะจระเข้ ตำบลสะพลี อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร

ทิศใต้ จด อ่าวท้องครก ตำบางน้ำจืด อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร

ทิศตะวันออก จด เกาะง่ามใหญ่ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร

ทิศตะวันตก จด ป่าชายเลนอ่าวทุ่งคา สวี อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร

ลักษณะภูมิประเทศ

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ประกอบด้วยลักษณะทางภูมิประเทศที่หลากหลาย อาจแบ่งได้เป็น 4 รูปแบบ ดังนี้

ชายฝั่ง เป็นชายฝั่งที่ได้รับอิทธิพลจากน้ำทะเล และกระแสน้ำในทะเลโดยตรง ลักษณะทั่วไป จะเป็นชายหาดที่เป็นทรายจนถึงเป็นโคลน บริเวณด้านหลังชายหาด อาจพบป่าชายหาด (Beach forest) ได้บ้างในบริเวณที่ไม่มีการทำสวนมะพร้าว ชายฝั่งลักษณะนี้พบได้เป็นแนวยาวตลอดชายฝั่ง โดยในส่วนที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ จะเริ่มจากอ่าวทุ่งมะขามน้อย อ่าวทุ่งมะขามใหญ่ อ่าวท้องตมใหญ่ หาดทรายรีสวี อ่าวมะม่วง อ่าวท้องตมน้อย หาดอรุโณทัย ชายฝั่งเกาะกระทะ และอ่าวท้องครก

อ่าวและปากคลอง เป็นบริเวณหนึ่งของชายฝั่ง ที่ได้รับอิทธิพลจากการไหลลงของน้ำจืด อ่าวในที่นี้จึงหมายถึง อ่าวที่มีน้ำจืดไหลลงในปริมาณมาก ลักษณะโดยทั่วไปจะพบป่าชายเลน (Mangrove forest) ในบริเวณที่มีการขึ้นลงของน้ำ พื้นดินมักเป็นโคลนละเอียด โคลนจนถึงโคลนปนทราย ในบางบริเวณพบหญ้าทะเล (Sea grass) และสาหร่ายทะเล (Sea algae) เจริญเติบโตติดต่อกันเป็นผืนใหญ่ พื้นที่ส่วนใหญ่มักมีระดับน้ำตื้น บางบริเวณจะปรากฏเป็นสันดอนโคลน (Mud flat) ขนาดใหญ่ ซึ่งจะโผล่พ้นน้ำเวลาน้ำลงต่ำสุด ชายฝั่งลักษณะนี้ประกอบด้วย พื้นที่สำคัญที่สุดคืออ่าวทุ่งคา สวี ซึ่งมีคลองที่มีน้ำจืดไหลลงมากกว่า 10 คลอง ปัจจุบันบริเวณดังกล่าว ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น พื้นที่ชุ่มน้ำนานาชาติ นอกจากนี้ก็มีบริเวณปากคลองอื่น ๆ ที่มีน้ำจืดไหลลงทะเล เช่นคลองตม คลองบางหัก และคลองปากน้ำตะโก เป็นต้น บริเวณปากคลอง จะพบสันดอนปากคลอง ซึ่งจะรูปร่างและขนาดของสันดอนแตกต่างกันออกไป

เกาะ ที่ปรากฏในเขตอุทยานแห่งชาติมีทั้งสิ้น 40 เกาะ โดยส่วนใหญ่เป็นเกาะขนาดเล็ก มักปรากฏโพรงถ้ำเล็ก ๆ อยู่ทั่วไป เกาะที่มีขนาดใหญ่จะปรากฏชายหาดบริเวณชายฝั่งของเกาะ ซึ่งได้รับอิทธิพลของไอทะเล (Salt spray) จะปรากฏพันธ์ไม้ป่าชายหาด (Beach forest) ส่วนที่อยู่สูงขึ้นไปที่ไม่ได้รับอิทธิพลจากไอทะเล จะปรากฏพันธุ์ไม้ของป่าดิบชื้น (Moist evergreen forest) ส่วนเกาะที่มีขนาดเล็กมักเป็นพันธุ์ในสังคมพืชบนหน้าผา (Cliff Community) ที่มีลักษณะแคระแกร็น ส่วนที่อยู่ใต้น้ำ มักปรากฏแนวปะการัง (Coral reefs) ทางด้านตะวันตกของเกาะ ส่วนด้านตะวันออกที่ได้รับอิทธิพลจากกระแสน้ำ ที่พัดมาโดยมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ปรากฏเป็นปะการังที่เจริญบนหิน (Coral Community on rocks)

ภูเขา ที่ปรากฏในเขตอุทยานแห่งชาติมักมีขนาดไม่ใหญ่และสูงมากนัก เป็นภูเขาที่อยู่ติดทะเลทั้งสิ้น พันธุ์ไม้ที่ปกคลุมเป็นพันธุ์ไม้ป่าดิบชื้น (Moist evergreen forest) เกือบทั้งหมด ยกเว้นบริเวณที่เป็นหน้าผา จะเป็นพันธุ์ไม้ในสังคมพืชบนหน้าผา (Cliff Community) ภูเขาที่ปรากฏในเขตอุทยานแห่งชาติมีดังนี้ เขาโพงพาง สูง 145 เมตร เขาบ่อคาสูง 180 เมตร เขาประจำเหียงสูง 240 เมตร และเขากะทะสูง 300 เมตร








ลักษณะภูมิอากาศ

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร อยู่ภายใต้อิทธิพลของลมมรสุมที่พัดผ่าน ทำให้ฝนตกชุก คลื่นพายุรุนแรง

ฤดูร้อน อยู่ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคม ระยะนี้เป็นช่วงว่างของฤดูมรสุม หลังจากสิ้นฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว อากาศจะเริ่มร้อน

ฤดูฝน อยู่ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม เป็นช่วงที่ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นลมร้อนและชื้น จากมหาสมุทรอินเดียพัดปกคลุมทำให้มีฝนตกทั่วไป

ฤดูหนาว อยู่ระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ในระยะนี้จะมีลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเย็นและแห้งแล้งจากประเทศจีนพัดปกคลุม ทำให้อุณหภูมิลดลงทั่วไปและมีอากาศหนาวเย็น แต่เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากทะเลอ่าวไทย อากาศจึงไม่หนาวเย็นมากนักและจะมีฝนตกโดยทั่วไป

พรรณไม้และสัตว์ป่า

สังคมพืชในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรสามารถจำแนกออกได้เป็น

ป่าชายเลน เป็นสังคมพืชไม่ผลัดใบ มักปรากฏในบริเวณชายฝั่งทะเลปากคลอง ปากแม่น้ำ และก้นอ่าว ที่มีการขึ้น ลงของน้ำ และมักเป็นบริเวณที่มีน้ำจืดไหลลง ซึ่งมีผลทำให้น้ำมีความเค็มต่ำกว่าน้ำทะเล ดินที่ป่าชายเลนเจริญได้ดี มักเป็นดินโคลนเลนละเอียด ที่มักอุดมไปด้วยอินทรียวัตถุจนถึงดินที่เป็นเลนแข็ง ด้วยความแตกต่างของสภาพเนื้อดินนี่เอง ทำให้เกิดหมู่ไม้ที่แตกต่างกันออกไป ดินที่เป็นเลนละเอียดจะปรากฏไม้ในกลุ่มเบิกนำ (Pioneer species) จำพวกไม้แสม (Avicennia sp.) ไม้ลำพูทะเล (Sonneratia sp.) ตลอดจนไม้โกงกาง (Rhizophora sp.) ส่วนบริเวณที่ดินเลนแข็งตัวมากขึ้น มีการขึ้น ลงของน้ำน้อย ก็จะปรากฏไม้จำพวก ไม้ถั่วและไม้พังกาหัวสุม (Bruguiera sp.) ไม้โปรง (Ceriop sp.) ไม้ตะบูน (Xyiocarpus sp.) ไม้ฝาด (Lumnitzera sp.) และไม้เหงือกปลาหมอ (Acanthus sp.) เป็นต้น อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ปัจจุบันนี้มีพื้นที่ป่าชายเลน ที่ยังคงมีสภาพสมบูรณ์อยู่ประมาณ 17,357 ไร่ ซึ่งเกือบทั้งหมดพบได้ในบริเวณอ่าวทุ่ง สวี โดยปรากฏอยู่ตามชายฝั่งของอ่าวตลอดเข้าไปตามริมคลองต่าง ๆ บริเวณที่ปรากฏป่าชายเลน ที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง ไม้ขนาดใหญ่และมีอายุมาก พบในบริเวณคลองชุมพร คลองสวี และคลองสวีเฒ่า

ป่าชายหาด เป็นสังคมพืชบริเวณชายฝั่งทะเลที่เป็นทราย ได้รับไอเค็มจากทะเล (Salt spray) ดังนั้นจึงพบป่าชายหาดได้ในบริเวณที่เป็นหาดทราย ทั้งชายฝั่งบนแผ่นดินและบนเกาะ ในปัจจุบันปัญหาการจับจองพื้นที่บริเวณหลังชายหาด เพื่อทำการเกษตร เช่น ทำสวนมะพร้าวและการประกอบธุรกิจท่องเที่ยว และที่พักอาศัยเช่น ทำรีสอร์ท และร้านอาหาร ได้ทำลายพื้นที่ป่าชายหาดลงเป็นอันมาก ป่าชายหาดที่ยังหลงเหลืออยู่จึงเป็นเพียงหย่อมเล็ก ๆ เท่านั้น พันธุ์ไม้ที่ปรากฎในป่าชายหาด มักมีลักษณะเป็นพุ่มเตี้ย ลำต้นคดงอ กิ่งสั้น แตกกิ่งก้านมาก ใบหนาแข็งและมักมีหนาม ทั้งนี้เนื่องจากอิทธิพลของลมทะเล และความแห้งแล้งของพื้นที่ ปัจจุบันอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร เหลือพื้นที่ป่าชายหาดอยู่ไม่มากนัก บริเวณชายหาดบนเกาะ และชายฝั่งในบางช่วง ที่ไม่มีการบุกรุกส่วนใหญ่มักมีลักษณะเป็นหย่อมเล็กๆ

ป่าดงดิบ เนื่องจากพื้นที่บกในอุทยานแห่งชาติ มีขอบเขตพื้นที่น้อย จึงพบสังคมพืชป่าดิบชื้นได้เพียง ในบริเวณที่เป็นภูเขาและบนเกาะ ที่มีขนาดใหญ่ เช่นเกาะเสม็ด เกาะมาตรา เกาะกุลา เป็นต้น ป่าดิบชื้นเป็นป่าไม่ผลัดใบ เนื่องด้วยอิทธิพลของปริมาณน้ำฝนที่มีปริมาณค่อนข้างสม่ำเสมอตลอดปี พันธุ์ไม้ในป่าดิบชื้น มักมีความหลากหลายของจำนวนชนิดพันธุ์พืชสูงมาก และมีความแตกต่างในแต่ละพื้นที่ พันธุ์ไม้ที่มักพบในป่าดิบชื้นซึ่งถือเป็นดัชนี (Index) ของป่าดิบชื้น คือไม้ในวงศ์ยาง (Dipterocarpaeeae) เช่น เคี่ยม ตะเคียนทอง กะบาก ไข่เขียว เป็นต้น นอกจากนั้นก็ยังมีไม้ในวงศ์ อื่น ๆ เช่น ตะแบก นนทรี มังตาล บุนนาค ตาเสือ หวาย และปาล์มต่างๆ เป็นต้น

สังคมพืชบนหน้าผาหินปูน เป็นสังคมพืชที่มีลักษณะพิเศษ พบตามบริเวณหน้าผาสูงชัน พันธุ์ไม้ส่วนใหญ่จัดเป็นพืชที่ทนทานต่อความแห้งแล้ง (Xerophyes) เจริญเติบโตช้า มีขนาดเล็ก มักมีลักษณะทรงพุ่มลู่ ไปตามแรงลม เนื่องจากบริเวณหน้าผามักได้รับอิทธิพลจากกระแสลมอยู่เสมอ เนื่องจากเกาะขนาดเล็กที่มีหน้าผาลาดชัน จึงพบสังคมพืชแบบนี้ได้ตามเกาะต่าง ๆ เกือบทุกเกาะหากเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่จะพบได้มาก ในด้านที่เป็นหน้าผาลาดชัน และรับลมซึ่งมักเป็นด้านตะวันออกของเกาะ

แหล่งหญ้าทะเล เป็นสังคมพืชทางทะเล รูปแบบหนึ่งพบตามบริเวณชายฝั่งที่มีคลื่นลมสงบ หญ้าทะเลมักเจริญงอกงาม ติดต่อกันเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่โดยมักเจริญ ปะปนกันหลายพันธุ์พืช แต่บางครั้งหากชนิดพืชใดครอบครองพื้นที่ได้ดี ก็จะพบเพียงชนิดเดียว ในบางพื้นที่อาจพบการเจริญปะปนกัน ระหว่างหญ้าทะเลและสาหร่ายทะเล พื้นที่ที่พบมักเป็นพื้นที่ดินโคลนปนทราย แหล่งหญ้าทะเลเป็นแหล่งอาศัยแหล่งอาหาร และเป็นแหล่งผสมพันธุ์วางไข่ของสัตว์ทะเลหลายชนิด เช่น กุ้ง หอย ปู และปลา เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งอาหารหลักของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเล ที่จำนวนเหลืออยู่น้อยมาก และอยู่ในสภาพสัตว์ป่าสงวนนั้นคือ พะยูน (Dugong dugon) แหล่งหญ้าทะเล ในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ปรากฎอยู่ในอ่าวทุ่งคา สวี บริเวณปากคลองสวีเฒ่า ปากคลองสวี และปากคลองชุมพร ชนิดของหญ้าทะเลที่สำรวจพบ ปัจจุบันพบเพียงชนิดเดียวคือ หญ้าชะเงาแคระ(Harophila beccarii) แต่คาดว่ายังคงสามารถพบเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 23 ชนิด หากได้มีการสำรวจเพิ่มเติม





สัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร

เนื่องจากพื้นที่ในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร มีความแตกต่างกันออกไปหลายลักษณะทั้งป่าชายเลน ภูเขา เกาะ ถ้ำ ชายหาดและทะเล จึงพบสัตว์ได้หลากหลายชนิดในแต่ละพื้นที่ ที่สำคัญได้แก่ นกทะเลหลายชนิด เช่น นกในวงศ์นกยาง วงศ์นกชายเลน วงศ์นกนางนวล วงศ์นกกระเต็น วงศ์นกกาน้ำ วงศ์นกช้อนหอย วงศ์นกอีแอ่น เป็นต้น สัตว์เลื้อยคลายหลายชนิด เช่นตะกวด เหี้ย งูเหลือม เต่ากระ เต่าตะนุ และงูทะเล เป็นต้น สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่นลิงแสม ค้างคาวแม่ไก่เกาะ โลมา และวาฬ ส่วนใต้ท้องทะเลพบว่ามีปริมาณของสัตว์ทะเลมากมาย และหลากหลายชนิดที่สำคัญ เช่น ปลา หอย ปะการังดำ ดอกไม้ทะเล ถ้วยทะเล และพรมทะเล พบว่ามีปริมาณและความหลากหลายสูงมากที่สุดแห่งประเทศไทย

ปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล

พื้นที่รอบหมู่เกาะในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร เป็นแนวปะการังและกองหินใต้น้ำที่มีสิ่งมีชีวิตทางทะเลอุดมสมบูรณ์ เป็นระบบนิเวศทางทะเลที่สำคัญอย่างยิ่ง สัตว์ทะเลหลากรูปแบบและชนิดพันธุ์ได้เข้ามาอาศัยแนวปะการัง เพื่อเป็นแหล่งอาศัย แหล่งอาหาร แหล่งหลบภัย และผสมพันธุ์วางไข่ โครงสร้างทางระบบนิเวศของแนวปะการัง จึงมักมีความซับซ้อนในด้านองค์ประกอบ สิ่งมีชีวิตและหน้าที่ในระบบนิเวศ โดยทั่วไปแนวปะการัง จะเป็นบริเวณที่ให้ความรู้สึกงดงามและแปลกตาแก่ผู้พบเห็น การดำน้ำเพื่อดูสัตว์ทะเลและปะการังต่างๆ จึงเป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ

นอกจากประโยชน์ในแง่การเป็นระบบนิเวศ และแหล่งนันทนาการที่สำคัญแล้ว แนวปะการังยังถือได้ว่าเป็นแหล่งรวมพันธุกรรมวัสดุภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ และเวชภัณฑ์ ที่ใหญ่ที่สุดอีกด้วย แนวปะการังในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร พบได้ตามเกาะต่างๆ แนวปะการังเกาะตัวได้ดีทางทิศตะวันตก และทิศใต้ของตัวเกาะ เนื่องจากเป็นด้านที่กำบังคลื่นลมจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ มีลักษณะทั่วไปเป็นแนวปะการังริมฝั่ง (Fringing reef) ก่อตัวได้ตั้งแต่ความลึก 1-8 เมตร ความกว้างของแนวประมาณ 35-500 เมตร ปะการังที่พบมักเป็นปะการังแข็ง เช่น ปะการังเขากวาง (Acropora sp.) ปะการังโขด (Porites lutea) โดยด้านนอกของแนวที่เป็นแนวลาดชัน (Reef slope) สู่พื้นทะเล มักพบปะการังโขดที่เป็นก้อนขนาดใหญ่ ส่วนทางด้านทิศตะวันออกของเกาะ ที่ได้รับอิทธิพลของคลื่นมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ พบปะการังที่ก่อตัวบนโขดหินมักพบเป็นพวกปะการังอ่อน (Soft coral) ปะการังเคลือบ (Encrusting coral) ปะการังดำ (Black coral) แส้ทะเล (Sea whip) และกัลปังหา (Sea Fan) เป็นต้น

ลักษณะเด่นของแนวปะการังบริเวณเกาะต่าง ๆ ในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร คือองค์ประกอบสิ่งมีชีวิต ในแนวปะการัง ซึ่งมีลักษณะแตกต่างไปจากบริเวณอื่นๆ ดังนี้

- เป็นบริเวณที่พบปะการังดำ (Black coral) ซึ่งเป็นสัตว์ในกลุ่มของกัลปังหามากที่สุดในประเทศไทย

- พบสัตว์ในกลุ่มของปะการังอ่อน (Soft coral)

- ถ้วยทะเล (Corallimorph) พรมทะเล (Zooanthid) และดอกไม้ทะเล (Sea anemone) ขนาดใหญ่มากที่สุดในอ่าวไทย

- มีปริมาณและความหลากหลายของชนิดพันธุ์ปลามากที่สุดในอ่าวไทย

- มีปริมาณและความหลากหลายของชนิดพันธุ์หอยมาก เป็นจุดสำรวจที่น่าสนใจมากที่สุดในอ่าวไทย

ลักษณะเด่นอีกประการหนึ่งคือ ลักษณะทางธรณีวิทยา บริเวณรอบเกาะต่างๆ เช่น เกาะง่ามน้อย เกาะง่ามใหญ่ มักปรากฏเป็นโพรงถ้ำใต้ทะเล บางแห่งมีความยาวมากกว่า 15 เมตร และกว้างกว่า 10 เมตร ภายในถ้ำมักพบฟองน้ำ ปะการัง และสัตว์ทะเลหลายชนิด อาศัยอยู่ภายใน นอกจากนี้บริเวณเกาะง่ามใหญ่และเกาะง่ามน้อย ยังพบเห็นฉลามวาฬ (Whale shark) ซึ่งถือเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกได้บ่อยครั้ง แนวปะการังน้ำตื้น เหมาะกับการดำชมแบบผิวน้ำ (Snorkeling) พบได้ในบริเวณเกาะมาตรา เกาะทองหลาง เกาะรังกาจิว เกาะละวะ เกาะแกลบ และเกาะอีแรด เป็นต้น ส่วนบริเวณที่เป็นแนวปะการังน้ำลึก จะเหมาะกับการดำน้ำลึกโดยใช้ถังอากาศ (SCUBA) พบในบริเวณเกาะง่ามใหญ่ เกาะง่ามน้อย และเกาะหลักง่ามเป็นต้น





















ที่ตั้งและการเดินทาง

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร

หมู่ 5 บ้านโพงพาง ต.หาดทรายรี อ. เมืองชุมพร จ. ชุมพร 86120

โทรศัพท์ : 0 7755 8144-6 โทรสาร : 0 7755 8145

รถยนต์

จากกรุงเทพฯ ใช้เวลาประมาณ 6-7 ชั่วโมง โดยใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 (เพชรเกษม) ผ่านจังหวัดนครปฐม สมุทรสงคราม ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อถึงสี่แยกปฐมพร เลี้ยวซ้ายเข้ามาประมาณ 8 กิโลเมตร ก็จะถึงตัวเมืองจังหวัดชุมพร

เครื่องบิน

ปัจจุบันจังหวัดชุมพรมีท่าอากาศยาน เพื่อรองรับการเดินทางทางอากาศโดยตั้งอยู่ที่อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร

รถไฟ

การเดินทางโดยรถไฟ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 - 9 ชั่วโมง แล้วแต่ประเภทของขบวนรถ สามารถเลือกการเดินทางได้ ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน เนื่องจากมีขบวนรถหลายขบวนในแต่ละวัน โดยขึ้นรถไฟได้ที่สถานีกรุงเทพฯ และสถานีธนบุรี

รถโดยสารประจำทาง

จากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ โดยสารรถสายกรุงเทพฯ - ชุมพร ระยะทาง 500 กิโลเมตร ถึงจังหวัดชุมพร และจากจังหวัดชุมพร โดยสารรถสองแถวมายังอุทยานแห่งชาติ ระยะทาง 23 กิโลเมตร

แหล่งท่องเที่ยว

จังหวัดชุมพรมีชายฝั่งทะเลความยาวทั้งสิ้น 222 กิโลเมตร ซึ่งอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ครอบคลุมชายฝั่งทะเล ประมาณครึ่งหนึ่งของความยาวทั้งหมด ชายหาดที่สำคัญและสวยงาม จะปรากฏตามแนวชายฝั่งเรียงตัวตามแนวเหนือ-ใต้ ได้แก่ อ่าวทุ่งมะขามน้อย และอ่าวทุ่งมะขามใหญ่ อยู่ในเขตอำเภอเมือง เป็นชายหาดที่สงบและสวยงาม มีความยาว 1 และ 3 กิโลเมตร ตามลำดับ หาดทรายรีสวี เป็นชายหาดที่สำคัญและสวยงามของอำเภอสวี หาดอรุโณทัย อยู่ในเขตอำเภอทุ่งตะโก เป็นชายหาดที่ยาว 6 กิโลเมตร เหมาะในการเล่นน้ำเนื่องจากมีความลาดชันน้อย

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรมีเกาะในพื้นที่ถึง 40 เกาะ ที่สำคัญและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญได้แก่

ด้านธรรมชาติที่สวยงาม

เกาะจระเข้ เกาะจระเข้เป็นเกาะขนาดเล็กในอ่าวทุ่งวัวแล่น อยู่เหนือสุดของอุทยานแห่งชาติในเขตอำเภอประทิว อยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 11 กิโลเมตร ด้านทิศตะวันตกมีหาดหินและหาดทรายขาวนวลสะอาดตา รอบๆเกาะมีแนวปะการัง และดอกไม้ทะเล มีฝูงปลาหลากหลายชนิดอาศัยอยู่อย่างชุกชุม

เกาะง่ามใหญ่ เป็นเกาะสัมปทานรังนกนางแอ่น อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 17 กิโลเมตร ตัวเกาะมีลักษณะเป็นผาหินปูนสูงชัน บริเวณรอบเกาะไม่มีชายหาดหรือที่ราบ แต่เป็นแหล่งดำน้ำที่ไม่ควรพลาดอีกแห่งหนึ่ง โดดเด่นด้านถ้ำใต้ทะเล ปะการังดำ ถ้วยทะเล และปลาหลากหลายชนิด จุดชมปะการังที่ดีที่สุดอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของเกาะ ใต้ท้องทะเลในบริเวณเต็มไปด้วย กังปังหาพัด ปะการังขนนก ดอกไม้ทะเล ปะการังเดซี่ ฟองน้ำ หอยมือเสือ บริเวณด้านทิศใต้ของเกาะ มีกองหินใต้น้ำทำให้เกิดถ้ำใต้ทะเลขนาดเล็ก

เกาะมาตรา เกาะมาตรา หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เกาะตังกวย อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 6.5 กิโลเมตร เป็นเกาะขนาดใหญ่ มีหาดทรายขาวสะอาด สลับกับโขดหินเรียงรายอยู่หน้าเกาะ มีแนวประการังทางด้านฝั่งตะวันตกของเกาะ บนเกาะมีปูไก่ซึ่งชอบปีนต้นไม้และส่งเสียงร้องเหมือนลูกไก่

เกาะทองหลาง ตั้งอยู่ด้านหน้าของเกาะลังกาจิว เป็นเกาะขนาดปานกลาง มีหาดทรายขาวละเอียด สะอาด สวยงาม ชายหาดที่สวยที่สุดอยู่ทางด้านทิศใต้ของเกาะ น้ำทะเลรอบๆ เกาะ ใสสะอาดสามารถดำน้ำชมปะการังได้ ถึงแม้จะไม่โดดเด่นเท่าเกาะอื่นๆ บนกาะมีสถานที่กางเต็นท์ ที่เงียบสงบ เหมาะสำหรับการพักผ่อน

เกาะรังกาจิว เป็นเกาะสัมปทานรังนกนางแอ่น ปรากฏรอยจารึกพระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร.ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คราวเสด็จทอดพระเนตรการเก็บรังนก

เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ทางอุทยานฯ ได้จัดทำสะพานทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนไว้บริการนักท่องเที่ยว นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่สนใจสภาพป่าและสิ่งมีชีวิตในป่าชายเลน สะพานทางเดินเริ่มจากที่จอดรถ ทอดตัวผ่านศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (ภายในอาคารมีนิทรรศการ) ผ่านแปลงปลูกป่าโกงกางที่อุทยานแห่งชาติ นักเรียน นักศึกษาและประชาชนชาวจังหวัดชุมพรร่วมกันปลูกไว้ จากนั้นลดเลี้ยวเข้าป่าชายเลนตามธรรมชาติซึ่งอยู่เลียบคลอง บริเวณริมคลองมีท่าเรือเล็กๆ สำหรับลงเรือข้ามคลอง เพื่อไปขึ้นสะพานทางเดินศึกษาธรรมชาติที่อยู่อีกฟากของคลอง ตลอดทางเดินจะมีป้ายสื่อความหมายเกี่ยวกับสภาพป่า และสิ่งมีชีวิตในป่าชายเลนเป็นระยะๆ

บริเวณใกล้เคียงกันบนยอดเขาโพงพาง เป็นจุดชมทิวทัศน์ที่เหมาะที่จะชมพระอาทิตย์ขึ้น-ตก ท้องทะเล เกาะต่างๆ เวิ้งอ่าว และพื้นป่าชายเลนที่กว้างใหญ่ สำหรับผู้ที่ต้องการพักค้างแรม ทางอุทยานฯ มีบ้านพัก สถานที่กางเต็นท์ ไว้ให้บริการบริเวณเขาโพงพาง

แหล่งดำน้ำ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร เป็นแหล่งที่ได้รับความนิยม จากนักดำน้ำอีกแห่งหนึ่งทางฝั่งทะเลอ่าวไทย มีแหล่งดำน้ำได้แก่ เกาะง่ามใหญ่ เกาะง่ามน้อย เกาะหลักง่าม เกาะทะลุ และเกาะมาตรา สามารถพบสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลได้แก่ ปะการังแข็ง ปะการังอ่อน ปะการังดำ ถ้วยทะเล ฟองน้ำครก ดอกไม้ทะเล แมงกระพรุน ปลาในแนวปะการัง เช่น ปลาการ์ตูน ปลาผีเสื้อ ปลาสินสมุทร ปลาสลิดหินสีฟ้า ปลาตาโต หอยชนิดต่างๆ เช่น หอยหน้ายักษ์ หอยเบี้ยเสือดาว หอยมือเสือ หอนหน้ายัก หอยแมงป่อง เป็นต้น สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ได้แก่ วาฬ โลมา ฉลามวาฬ กระเบนราหู และเต่าตนุ

สิ่งอำนวยความสะดวก

ที่พักแรม/บ้านพัก มีบ้านพักให้บริการแก่นักท่องเที่ยว

สถานที่กางเต็นท์/เต็นท์ อุทยานแห่งชาติจัดเตรียมสถานที่กางเต็นท์และเต็นท์ไว้ให้บริการนักท่องเที่ยว การสำรองที่พักเต็นท์ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียด และสำรองที่พักเต็นท์ได้กับอุทยานแห่งชาติโดยตรง

ที่จอดรถ มีที่จอดรถให้บริการแก่นักท่องเที่ยว

บริการอาหาร ร้านอาหาร จำนวน 2 แห่ง บริเวณ อ่าวทุ่งมะขามน้อย และบริเวณเขาโพงพาง

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาขอรับบริการข้อมูลได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ระหว่างเวลา 8.00 - 16.30 น.





อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา/่ท่องเที่ยวทะเล ไทยคึกคัก



อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา

ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลอันดามันของประเทศไทยในท้องที่ ตำบลกระโสม ตำบลกะไหล ตำบลคลองเคียน อำเภอตะกั่วทุ่ง ตำบลเกาะปันหยี อำเภอเมืองพังงา และ ตำบลเกาะยาวน้อย ตำบลเกาะยาวใหญ่ อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา มีอาณาเขตติดต่อกันดังนี้

ทิศเหนือ จดพื้นที่ป่าชายเลนในท้องที่ อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา

ทิศใต้ จดทะเลเขตอำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา และเขตทะเล จังหวัดภูเก็ต

ทิศตะวันออก จดเขตท้องที่จังหวัดกระบี่

ทิศตะวันตก จดพื้นที่ป่าชายเลน และที่ชายทะเล ท้องที่ อำเภอตะกั่วทุ่ง และอำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา






ลักษณะภูมิประเทศ

ลักษณะโครงสร้างและธรณีสัณฐานของดินแดนภาคใต้ฝั่ง ตะวันตก เป็นบริเวณที่อยู่ใกล้กับแนวทิวเขาแกรนิต ที่เรียกว่า ทิวเขาตะนาวศรี และทิวเขาภูเก็ต อันเป็นเส้นกั้นพรมแดนไทย-พม่า ที่ทอดยาวไปจนถึงจังหวัดพังงา-ภูเก็ต เป็นทิวเขาที่เกิดในยุคครีตาเชียสกับยุคเทอร์เชียรีตอนต้น อายุประมาณ 136-36 ล้านปีมาแล้ว ภูมิสัณฐานและภูมิประเทศทั่วไปของบริเวณนี้ ยังเป็นผลมาจากลักษณะโครงสร้างที่เรียกว่า รอยเลื่อน มีชื่อทางธรณีว่า รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย และรอยเลื่อนพังงา การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของหิน (รอยคดโค้ง-รอยเลื่อน) ของหินแกรนิต นำเอาแร่ธาตุที่มีค่ามาสะสมตกผลึก เช่น แร่ดีบุก ตะกั่ว วุลแฟรม เหล็ก พลวง แมงกานีส แบไรต์ ฟลูออไรต์ และทองคำ ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญของภูมิภาคนี้ นอกจากนั้นยังมีภูเขาหินตะกอน หินแปร แทรกสลับอยู่เป็นแนว โดยเฉพาะอย่างยิ่งภูเขาหินปูนซึ่งแทรกโผล่เป็นหย่อมๆ กระจายอยู่ทั่วไป ทั้งภูเขาหินปูนที่เป็นแนวเทือกเขาสลับซับซ้อนหรือภูเขาหินปูนลูกโดด และยังปรากฏว่ามี ซากดึกดำบรรพ์ (ฟอสซิล) อีกการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติดังกล่าวทำให้เกิดเป็นช่อง โพรงหรือถ้ำมากมาย ส่วนภูเขาหินดินดานบางแห่งสลายตัวกลายเป็นหย่อมเนินเขาขนาดเล็กบ้างใหญ่บ้าง การยุบตัวของแผ่นดินทางด้านตะวันตกทำให้เกิดเป็นชายฝั่งขรุขระ เว้าๆ แหว่งๆ เกิดเป็นอ่าวและเกาะซึ่งเป็นภูเขาหินปูนลูกโดด กระจายอยู่ตามฝั่งมากมาย โดยเฉพาะในเขตจังหวัดพังงา กระบี่ ตรัง และสตูล โดยกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา เป็นท้องทะเล พื้นทะเลเป็นดินเลน โคลน และทราย เป็นส่วนใหญ่ มีภูเขาหินปูน โผล่อยู่กลางน้ำ กระจายทั่วบริเวณอ่าวพังงา มีลักษณะสวยงาม โดดเด่น รูปร่างแปลกๆ มากมาย ประกอบไปด้วย เกาะน้อยใหญ่ ประมาณ 42 เกาะ เช่น เกาะเขาเต่า เกาะพระอาตเฒ่า ฯลฯ ซึ่งแต่ละเกาะก็จะมีสภาพธรรมชาติที่แตกต่างกันไปและมีความ สวยงามเฉพาะตัว

ลักษณะภูมิอากาศ

เนื่องจากภาคใต้ฝั่งตะวันตกเป็นฝั่งทะเลเปิด จึงได้รับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เต็มที่ในระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน ทะเลมีคลื่นลมจัด ฝั่งทะเลช่วงใดที่ไม่มีเกาะกำบังจึงกลายเป็นฝั่งซึ่งมีหาดทรายชันและน้ำลึกในระยะใกล้ฝั่ง ส่วนฝั่งทะเลช่วงที่มีเกาะกำบังลมด้านนอก หรือฝั่งตอนที่เป็นอ่าวเว้าไม่รับลมมรสุมเต็มที่ จะมีลักษณะเป็นบริเวณที่พื้นดินอ่อนเป็นโคลนเลน มีป่าชายเลนขึ้นหนาแน่นตามขอบฝั่งและเลยลึกเข้าไปในฝั่งที่น้ำเค็มเข้าไปถึง ลักษณะเช่นนี้จะเห็นได้ชัดบริเวณอ่าวพังงา จังหวัดพังงา นี้เอง










พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า

พืชพรรณ

สังคมพืชในอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ

ป่าชายเลน

ป่าชายเลนบริเวณเขาหินปูนพบว่า มีชนิดพันธุ์ไม้ที่สำคัญในป่าชายเลนมากถึง 12 ชนิด ได้แก่ โกงกางใบใหญ่ โกงกางใบเล็ก ตะบูนขาว เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบ ต้นจาก ซึ่งขึ้นอยู่บริเวณริมน้ำ หรือที่ค่อนข้างเป็นดินเลนเป็นจำนวนมาก และเหงือกปลาหมอ ส่วนปรงทะเล พบน้อยมากบริเวณที่โล่ง หรือบริเวณที่ป่าถูกทำลายเท่านั้น

ป่าชายเลนบริเวณเขาหินเซลล์และควอทไซท์ พันธุ์ไม้ที่สำคัญ พบ 7 ชนิด ได้แก่ โกงกางใบใหญ่ โกงกางใบเล็ก ตะบูนขาว เป็นต้น สำหรับพันธุ์ไม้พื้นล่างอื่นๆ ที่สำคัญ ได้แก่ เหงือกปลาหมอ ซึ่งขึ้นอยู่หนาแน่น

ป่าชายเลนบริเวณเขาหินทราย ชนิดพันธุ์ไม้ที่สำคัญในบริเวณนี้มีน้อยมาก ทั้งนี้เนื่อง จากบริเวณนี้อยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่ พันธุ์ไม้สำคัญที่พบมี 5 ชนิดได้แก่โกงกางใบเล็ก ลำแพน แสม ตะบูนขาว และฝาด นอกจากนี้มักพบเสม็ด ในบริเวณที่ติดกับป่าบกซึ่ง น้ำมีความเค็มค่อนข้างต่ำ

ป่าบกที่พบเป็นป่าประเภทที่ไม่ผลัดใบ ซึ่งจัดเป็นป่าดิบชื้น จำแนกได้ดังนี้

ป่าบกที่ขึ้นบนพื้นที่เขาหินปูน พบอยู่กระจัดกระจายทั่วไป มี 2 ประเภท ได้แก่ ป่าที่ ขึ้นอยู่บนบก พื้นที่ค่อนข้างราบ และบริเวณทีเรียกว่า Karst ซึ่งเป็นบริเวณหุบเขา ประกอบด้วยพันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ ขี้หนอน เหรียง ตะเคียนหิน และชุมเห็ด สำหรับไม้พื้นล่าง จะขึ้นอยู่หนาแน่น พันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ เต่าร้าง เคย ลำเพ็ง นอกจากนี้ยังมี พวกหญ้า ปาล์ม และว่านชนิดต่างๆ อีกประเภทได้แก่ ป่าที่ขึ้นอยู่บนที่สูงค่อนข้างชื้น ของเขาหินปูน ประกอบด้วยพันธุ์ไม้ที่มีขนาดเล็ก ค่อนข้างเตี้ย พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ ตะเคียนหิน เขากวาง เป็นต้น

ป่าบกที่ขึ้นอยู่บนพื้นที่เขาหินเชลล์ ควอทไซท์ พันธุ์ไม้ขึ้นอยู่ค่อนข้างหนาแน่น ใน บริเวณที่ลุ่มตามเชิงเขาที่มีความชื้นค่อนข้างสูงจะพบไม้ยางนา ขึ้นอยู่กระจัดกระจาย และพบพันธุ์ไม้อื่นที่สำคัญได้แก่ มังตาล พังกา เฉียงพร้านางแอ เป็นต้น สำหรับไม้ พื้นล่างพบพวก ไผ่ป่า พังแหร หญ้า ฯลฯ

ป่าบกที่ขึ้นอยู่บนหินทราย พบบนพื้นที่ค่อนข้างลาดมีไม้ขึ้นอยู่หนาแน่น ไม่ค่อยสูง นัก ไม้พื้นล่างไม่หนาแน่น อาจเป็นเพราะขาดความ อุดมสมบูรณ์ของดิน พันธุ์ไม้ที่ สำคัญได้แก่ สตอตั๊กแตน พังกา แค เป็นต้น สำหรับไม้พื้นล่างปรากฏอยู่น้อยมากส่วน ใหญ่เป็นจำพวกหญ้า

สังคมพืชน้ำ จำแนกได้เป็น สาหร่ายสีน้ำตาล สีแดง สีเขียว นอกจากนี้ยังมีพวกหญ้าทะเล แพลงก์ตอนพืชจำนวนมากมาย

สัตว์ป่า

จากการสำรวจสามารถจำแนกได้ดังนี้

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม จากการสำรวจพบมากถึง 27 ชนิด ได้แก่ ลิงแสม ค่างแว่นถิ่นใต้ ชะนีธรรมดา เป็นต้น นอกจากนี้ยังมี สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่ในน้ำ ที่สำคัญได้แก่ โลมาขาว โลมาหัวขวดมาลายู โลมาหัวบาตรหลังเรียบ

นก จากการสำรวจพบนกทั้งสิ้น 120 ชนิด ที่สำคัญได้แก่ นกยางเขียว นกยางทะเล นกยางเปีย เป็นต้น

สัตว์เลื้อยคลาน พบทั้งสิ้น 26 ชนิดได้แก่ เต่าหับ กิ้งก่าบินปีกสีส้ม งูสร้อยเหลือง เป็นต้น

สัตว์สะเทิ้นสะเทิ้นบก พบ 4 ชนิด ได้แก่ กบน้ำเค็มหรือกบน้ำกร่อย กบหนอง กบนาหรือ กบเนื้อ เขียดปาด เป็นต้น

ปลา ประกอบด้วย ปลาฉลาม ปลากระเบน ปลาไหลทะเล ปลากระบอก ปลาปักเป้าทะเล ปลาที่อาศัยอยู่บริเวณแหล่งปะการังหลายชนิด เช่น ปลาในสกุลปลาผีเสื้อ ปลามีค่าทาง เศรษฐกิจหลายพันธุ์ เช่นปลาในสกุลปลาทู

สัตว์ประเภทอื่น ได้แก่ สัตว์ประเภทกุ้ง หอย ปู และสัตว์ชั้นต่ำประเภทไม่มีกระดูกสันหลัง จำพวกปะการังอีกหลายชนิด ได้แก่ ปะการังพุ่มไม้ ปะการังเขากวาง



ท่องเที่ยว หาดป่าตอง/ท่องเที่ยวทะเล ไทยคึกคัก





ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว หาดป่าตอง

หาดป่าตอง อยู่ทางด้านตะวันตก ตอนกลางของเกาะเป็นอ่าวที่มีความโค้งกว้างมาก หาดทรายสวยงามยาวร่วม 9 กิโลเมตรน้ำทะเลใสสะอาดเหมาะแก่การเล่นน้ำมากที่สุดเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมากบริเวณหาดเป็นที่ชุมนุมของบรรดาธุรกิจท่องเที่ยวทั้งบริษัทนำเที่ยวย่านการค้า แหล่งบันเทิง มีให้บริการนักท่องเที่ยวแทบทุกชนิด

การเดินทางไปยังหาดป่าตอง

ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 15 กิโลเมตร ตามเส้นทางถนนวิชิตสงคราม หรือทางหลวงหมายเลข 4020 ไป 9 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 4029ไปอีก 6 กิโลเมตร ซึ่งเป็นถนนที่ค่อนข้างคดเคี้ยวและมีความลาดชันสูง

กิจกรรมที่น่าสนใจในหาดป่าตอง

ชมความงามของหาดทรายและท้องทะเล

เล่นน้ำ เดินเล่นชายหาดบนหาดทรายที่สวยงามและมีชื่อเสียงที่สุด

เล่นเรือ และกิจกรรมชายหาดหลากหลายประเภท

สนุกกับป่าตองยามราตรี














การเดินทางไปภูเก็ต

จาก ภูเก็ต มีบริการรถโดยสารธรรมดาจากสถานีขนส่ง ถนนพังงา ไปจังหวัดกระบี่ นครศรีธรรมราช พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานี ตรัง สตูล หาดใหญ่ และเกาะสมุย รายละเอียดติดต่อ สถานีขนส่งภูเก็ต โทร. 0 7621 1480, 0 7621 1977 นอกจากนั้น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีเที่ยวบินจากภูเก็ตไปจังหวัดใกล้เคียง เช่น จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง และหาดใหญ่ และบริษัท บางกอกแอร์เวย์ มีเที่ยวบินระหว่างภูเก็ต-สมุย ให้บริการอีกด้วย และมีเรือโดยสาร จากภูเก็ต ไป หมู่เกาะพีพี หรือ เรือนำเที่ยว ไปเช้าเย็นกลับ ระหว่างภูเก็ต กับ หมู่เกาะพีพี หรือ หมู่เกาะสิมิลัน ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว

รถยนต์

จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางสายธนบุรี-ปากท่อ (ทางหลวงหมายเลข 35) แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ผ่านจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี อำเภอตะกั่วป่า อำเภอท้ายเหมือง บ้านโคกกลอย จังหวัดพังงา ข้ามสะพานสารสิน เข้าจังหวัดภูเก็ต หรืออีกเส้นทางหนึ่งจากชุมพร ไประนอง พังงา ภูเก็ต รวมระยะทางจากกรุงเทพฯ 862 กิโลเมตร

(Click ที่นี่ เพื่อดูรายละเอียดเส้นทางการขับรถไปภูเก็ต)

รถไฟ

ไม่มีบริการรถไฟจากกรุงเทพฯ ไปภูเก็ตโดยตรง หากต้องการเดินทางโดยรถไฟต้องไปลงที่สถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี (อยู่ที่อำเภอพุนพิน) แล้วต่อรถประจำทางเข้าจังหวัดภูเก็ตใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690, 0 2223 7010, 0 2223 7020, 0 2220 4334 หรือ www.railway.co.th

รถโดยสารประจำทาง

บริษัท ขนส่ง จำกัด มีรถโดยสารทั้งรถธรรมดา และรถปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ไปภูเก็ตทุกวัน สอบถามรายละเอียด โทร. 0 2434 7192, 0 2435 5605, 0 2435 1199 (รถปรับอากาศ) และโทร. 0 2434 5557-8 (รถธรรมดา) หรือ www.transport.co.th บริษัทเอกชน ติดต่อ บริษัท ภูเก็ต เซ็นทรัล ทัวร์ กรุงเทพฯ โทร. 0 2434 3233 ภูเก็ต โทร. 0 7621 3615, 0 7621 4335 และบริษัท ภูเก็ตท่องเที่ยว กรุงเทพฯ โทร. 0 2435 5018, 0 2435 5034 ภูเก็ต โทร. 0 7622 2107-9 สถานีขนส่งภูเก็ต โทร. 0 7621 1480

เครื่องบิน

มีบริการเที่ยวบินระหว่าง กรุงเทพฯ-ภูเก็ต ทุกวัน สอบถามตารางบิน และข้อมูลเพิ่มเติมที่สายการบินต่างๆ ดังนี้

1. การบินไทย โทร. 1566, 0 2280 0060, 0 2628 2000 สำนักงานภูเก็ต โทร. 0 7621 1195, 0 7621 2499, 0 7621 2946 หรือ www.thaiairways.com

2. ภูเก็ตแอร์ โทร. 0 2679 8999 หรือ www.phuketairlines.com

3. บางกอกแอร์เวส์ โทร. 0 2265 5555 หรือ www.bangkokair.com

4. ไทยแอร์เอเชีย โทร. 0 2515 9999 หรือ www.airasia.com

5. วันทูโก โทร.1126 หรือ www.fly12go.com

6. นกแอร์ โทร. 1318 หรือ www.nokair.co.th

สายการบินนกแอร์และวันทูโก เปิดบริการเที่ยวบินระหว่างภูเก็ต-หาดใหญ่ เริ่มพฤษภาคม 2550 นี้

บริษัท เดสทิเนชั่นแอร์ มีบริการเครื่องบินน้ำ ระหว่าง ภูเก็ต กระบี่ เกาะพี่พี และเกาะลันตา หรือนำเที่ยวทางอากาศทะเลอันดามัน ติดต่อ บ.เดสทิเนชั่นแอร์ โทร. 0 2261 5323 หรือ www.destinationair.com


วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ท่องเที่ยว หาดทับแขก กระบี่/ท่องเที่ยวทะเล ไทยคึกคัก





ท่องเที่ยว หาดทับแขก กระบี่

หาดทับแขก หาดทรายที่มีความโดดเด่นด้านความสงบและสะอาด น้ำทะเลใสชายหาดลาดเอียงน้อย สามารถลงเล่นน้ำได้อย่างดี ยามน้ำลงเกิดเป็นหาดทรายกว้าง เป็นที่นิยมอาบแดดของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพราะมีความเป็นส่วนตัว เหนือหาดทับแขกร่ม รื่นด้วยสนทะเลที่ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น เป็นที่พักผ่อนอันแสนสุขของผู้รักธรรมชาติ ในท้องทะเลสีครามเห็นหมู่เกาะห้องและหมู่เกาะยาวเรียงรายเป็นฉากหลังของภาพ ทิวทัศน์ ที่สวยงามและยิ่งเพิ่มความงามมากขึ้นในยามเย็นด้วยภาพดวงอาทิตย์สีแดง ที่เล่นน้ำทะเลใสๆค่อยๆเลื่อนลับขอบฟ้าท่ามกลางหมู่เกาะเหล่านั้น

หาดทับแขก จ.กระบี่ หาดทรายสีขาวสะอาดที่ทอดยาวขนานไปกับแนวสน

หาดทับแขก จ.กระบี่ : น้ำทะเลใสมาก วิวในทะเลก็สวย ชายหาดก็ร่มรื่น ใครที่ชอบบรรยากาศแบบนี้ไม่ผิดหวังแน่ๆ

หาดทับแขก จ.กระบี่ : โดดเด่นในเรื่องความสะอาดและสงบ ชายหาดเอียงลาดน้อยเล่นน้ำได้ดี ชาวต่างชาตินิยมมาอาบแดดที่หาดนี้เพราะมีความเป็นส่วนตัว

หาดทับแขก จ.กระบี่ : น้ำทะเลสวยใส น่าเดินเล่นในเวลาอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้า

การเดินทางไปยังหาดทับแขก

อยู่ในพื้นที่บ้านทับแขก ตำบลหนองทะเล ใช้เส้นทางเดียวกับหาดคลองม่วง คือทางหลวงหมายเลข 4034 แล้วแยกซ้ายที่ทางแยกบ้านหนองทะเล ผ่านหาดคลองม่วง และสะพานขนส่งแร่ยิปซั่ม ต่อไปยังหาดทับแขก

กิจกรรมที่น่าสนใจในหาดทับแขก

เล่นน้ำทะเลใสๆ เดินเล่นบนหาดทรายขาวสวย

พักผ่อนอาบแดด

กิจกรรมชายหาด

ชมพระอาทิตย์ตกที่มีมุมมองที่สวยมาก







การเดินทาง จังหวัดกระบี่

ทางรถยนต์

1. จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านจังหวัดเพชรบุรี - ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร-ระนอง-พังงา-กระบี่ ระยะทาง 946 กิโลเมตร

2. จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ถึงจังหวัดชุมพร จากชุมพรใช้ทางหลวงหมายเลข 41 ผ่านอำเภอหลังสวน อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าอำเภอเวียงสระ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4035 ถึงอำเภออ่าวลึก แล้ววกเข้าทางหลวงหมายเลข 4 อีก ถึงจังหวีดกระบี่ ระยะทาง 814 กิโลเมตร

3. การเดินทางโดยรถยนต์จากภูเก็ต ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 402 และหมายเลข 4 ระยะทาง 185 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง จากสถานีขนส่งภูเก็ตมีบริการรถโดยสารประจำทางไปจังหวัดกระบี่ทุกวัน

ทางรถประจำทาง

บริษัทขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินรถกรุงเทพฯ-กระบี่ ทุกวัน รายละเอียดติดต่อที่ โทร. 434-1200, 434-7192

ทางรถไฟ

จากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ มาลงที่สถานีรถไฟจังหวัดตรัง หรือสถานีรถไฟทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช จากนั้นต่อรถยนต์โดยสาร หรือรถแท็กซี่รับจ้างเข้าจังหวัดกระบี่ สอบถามรายละเอียดได้ที่ หน่วยบริการเดินทาง การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 223-7010, 223-7020

ทางเครื่องบิน

จากท่าอากาศยานกรุงเทพฯ ลงที่สนามบินจังหวัดภูเก็ต แล้วต่อรถยนต์โดยสารเข้าจังหวัดกระบี่ สอบถามรายละเอียดได้ที่ หน่วยประชาสัมพันธ์ บริษัทการบินไทย จำกัด โทร. 280-0060, 628-2000

การเดินทางภายในจังหวัดกระบี่

จากตัวเมืองกระบี่มีรถโดยสารสองแถวไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เช่น หาดนพรัตน์ธารา สุสานหอย อ่าวนาง ถ้ำเสือ น้ำตกห้วยโต้และอ่าวลึก ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวอื่นสามารถใช้บริการรถแท็กซี่ หรือ เช่ารถจากบริษัทนำเที่ยวต่างๆ ในตัวเมืองกระบี่




Custom Search